เมนูหลัก
รถเข็นเหล็กชุบโครเมี่ยม
รถเข็นอลูมิเนี่ยมอัลลอยด์
รถเข็นนั่งถ่าย/ปรับนอนนั่งถ่าย
เก้าอี้นั่งถ่าย
เตียงผู้ป่วยแบบไฟฟ้า
เตียงผู้ป่วยแบบมือหมุน
ที่นอนลม
อุปกรณ์ช่วยเดินต่างๆ ไม้เท้า ไม้เคน ไม้ค้ำยัน
ค่าขนส่งสินค้า
การสั่งซื้อสินค้า/เงื่อนไขการชำระเงิน
Member Log in
Login
Password
ลืมรหัส
New Member Register

หลักในการเลือกเครื่องช่วยฟัง

เครื่องช่วยฟัง คือ อะไร ?เครื่องช่วยฟังก็คือ เครื่องขยายเสียง ขนาดเล็ก นิยมใช้กับคนที่มีปัญหาในการรับฟังเสียง ประ-
กอบไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่นไมโครโฟน ลำโพง และเครื่องขยายเสียง ปัจจุบันมี
หลายรูปแบบและมีการพัฒนาคุณภาพให้ดีมากขึ้น
วัตถุประสงค์ที่สำคัญที่สุดของการเลือกเครื่องช่วยฟังก็เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้การได้ยินที่เหลือ
อยู่ (residual hearing) ให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุด ได้เครื่องที่มีเสียงรบกวนน้อยที่สุด ซึ่งจะ
ส่งผลให้การฟังเข้าใจคำพูดดีขึ้น   มีความเพี้ยนของเสียงที่ได้ยินน้อยลง   เครื่องช่วยฟังที่มีราคา
แพงที่สุดไม่ใช่จะดีที่สุดสำหรับท่านเสมอไป สิ่งสำคัญที่จะพิจารณา ต้องขึ้นอยู่กับประเภท และ
ระดับความรุนแรงของการสูญเสียการได้ยินเป็นหลัก
สาเหตุที่การเลือกและการลองเครื่องช่วยฟังมีความจำเป็นเนื่องจาก

        1.    มีความแตกต่างกันระหว่างเครื่องช่วยฟังแต่ละเครื่อง

2.    ระดับความรุนแรงของการสูญเสียการได้ยินแต่ละคนแตกต่างกัน รวมถึงปฏิกิริยา ระหว่าง
ผู้ป่วย   กับเครื่องช่วยฟัง  ที่มาจากความแตกต่างกันในเรื่องของลักษณะ   ทางกายวิภาค
(Anatomy ของหู และ Canal resonance)
3.   ประสิทธิภาพของเครื่องแต่ละเครื่อง แต่ละยี่ห้อ
4.  การปรับแต่งเสียงให้เหมาะกับระดับการได้ยินและความต้องการของผู้ป่วยแตกต่างกัน
5. ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการบริการหลังการขาย
หลักในการเลือกเครื่องช่วยฟังมีดังนี้ คือ
1.    ประเภทและระดับความรุนแรงของการสูญเสียการได้ยิน
ก่อนการใส่เครื่องช่วยฟังทุกครั้งควรได้รับการตรวจวัดระดับการได้ยินก่อน เพื่อประเมิน
ความผิดปกติ เพราะความผิดปกติบางประเภทสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการกินยา หรือ
การผ่าตัด   นอกจากนี้ระดับความรุนแรงของการสูญเสียการได้ยิน   จะเป็นตัวบอกกำลัง
ขยายของ เครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมได้ดีที่สุด
2.      รูปแบบ
ในปัจจุบันเครื่องช่วยฟังมีหลายรูปแบบ ได้แก่ แบบกล่อง แบบทัดหลังหู และแบบใส่ใน
ช่องหู
แต่ละแบบจะมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน ดังนี้
แบบกล่อง
ข้อดี
  • ปุ่มควบคุมมีขนาดใหญ่
  • กำลังขยายสูง ดูแลง่าย
  • ใช้ถ่านไฟฉายธรรมดา หาซื้อง่าย
  • ราคาถูก
ข้อเสีย
  • เสียงรบกวนมาก
  • ไม่เป็นธรรมชาติ สายรุงรัง
  • เครื่องขนาดใหญ่มองเห็นง่าย
แบบทัดหลังหู (Behide The Ear, BTE)
ข้อดี
  • ขนาดเล็ก กระทัดรัด สวยงาม
  • คุณภาพเสียงดีแบบดิจิทอล (Digital)   
  • เครื่องใส่ในหูซึ่งเป็นตำแหน่งที่
  • เป็นธรรมชาติที่สุด
ข้อเสีย
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่มีการสูญเสียการได้ยินระดับรุนแรง
  • ใช้ถ่านเครื่องช่วยฟังเท่านั้น
  • ถ่านมีอายุการใช้งานค่อนข้างสั้น
  • ถ่านขนาดเล็กเปลี่ยนถ่านบ่อยกว่า
    เครื่องช่วยฟังต้องใช้ถ่านเฉพาะของเครื่องช่วยฟังเท่านั้น แม้จะมีรูปทรงขนาดเท่ากันแต่ก็ใช้แทนกันไม่ได้ ถ่านเครื่องช่วยฟังเป็น Zinc-air (oxygen) จะให้กระแสไฟสม่ำเสมอตลอดระยะเวลาเปิดเครื่อง กระแส ไฟที่ไม่สม่ำเสมอจากถ่านที่ไม่ถูกชนิด และไม่ได้มาตรฐาน จะทำให้เสียงของเครื่องช่วยฟังไม่สม่ำเสมอ และทำให้เครื่องเสียได้ แนะนำให้ซื้อถ่านที่ใช้เฉพาะเครื่องช่วยฟัง
  • ราคาแพง
 แบบใส่ในช่องหู ซึ่งแบ่งตามขนาดได้ 3 แบบ
   - แบบ จิ๋วใส่ในรูหู ( CIC = Completely In the Canal )
   - แบบ เล็กใส่ในช่องหู ( ITC= In the Canal )
   - แบบใหญ่ใส่ในช่องหู ( ITE= In the Ear
3.ระบบคุณภาพเสียง
แบบธรรมดา (Analogue) คือเครื่องช่วยฟังที่แอมพรีไฟร์เป็นแบบเก่า เปรียบเหมือนเครื่องโทรศัพท์มือถือแบบเก่าเมื่อ 4-5 ปีก่อน ข้อดี คือราคาไม่สูงมาก และเครื่องมีกำลังขยายสูงมากๆ ในผู้ที่ประสาทหูเสื่อมมากยังมีความจำเป็นใช้เครื่องแบบอนาลอก ระบบการขยายเสียงที่เป็นมาตรฐานทั่วไปคือขยายทุกเสียงที่ผ่านเข้ามา  จึงอาจจะก่อให้เกิดความรำคาญสำหรับผู้ที่ใช้งานได้ โดยเฉพาะถ้าอยู่ในที่มีเสียงรบกวน Digital เป็นพัฒนาการล่า
สุดของเครื่องช่วยฟัง   สามารถขยายเสียงพูดได้ชัดเจน   ลดเสียงรบกวนได้มากกว่า และ
สามารถปรับแต่งเสียงได้ตามความต้องการ   และ แบบดิจิทอล (Digital)   คือเครื่องช่วยฟังที่แอมพรีไฟร์เป็นไมโครชิพเหมือนชิพในคอมพิวเตอร์ สามารถที่จะโปรแกรมด้วยซอฟแวร์คอมพิวเตอร์ จึงสามารถทำงานได้เร็วมากเพียงหนึ่งในแสนวินาทีและทำงานได้หลายรูปแบบตามที่ออกแบบ เช่นให้ขยายเสียงที่เบาให้มากๆ ไม่ขยายเสียงที่ดังอยู่แล้ว เป็นพัฒนาการล่าสุดของเครื่องช่วยฟัง   สามารถขยายเสียงพูดได้ชัดเจน   ลดเสียงรบกวนได้มากกว่า และ
สามารถปรับแต่งเสียงได้ตามความต้องการ
4.กำลังขยาย
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยฟังระบบใดก็ตาม ควรเลือกเครื่องที่มีกำลังขยายเพียงพอ กับความ
ต้องการของผู้ใช้
5.งบประมาณ
เครื่องช่วยฟังยิ่งมีขนาดเล็ก คุณภาพเสียงดี ยิ่งมีราคาแพง
การเลือกหูเพื่อใส่เครื่องช่วยฟัง
ปัจจุบันการได้ยินเสียงยึดหลักว่าได้ยิน 2 หู ดีกว่าการได้ยินหูเดียว โดยการใส่เครื่องช่วยฟัง 2 หู
จะมีประโยชน์ดังนี้
1. ช่วยให้เกิดความสมดุลของการรับฟังและสามารถ แยกทิศทางของเสียงได้ดีขึ้น
(Balance hearing – Localizing sound)
2.   สามารถแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนได้ดีขึ้นเมื่ออยู่ในที่มีเสียงรบกวน
(Speech discrimination score ดีขึ้น)
3. ใช้ความดังลดลง
4.    คุณภาพเสียงดีขึ้น เพราะมีความรู้สึกเป็นธรรมชาติ
5.   รู้สึกผ่อนคลายเพราะไม่ต้องคอยตั้งใจฟังหรือหันหูข้างที่ใส่เครื่องเข้าหาคู่สนทนา
6.    หูทั้ง 2 ข้างได้ใช้งานเหมือนกัน
แต่อย่างไรก็ตามบางครั้งผู้ที่สูญเสียการได้ยิน ทั้ง 2 ข้างบางรายอาจไม่มีความจำเป็น ต้องใส่
เครื่องช่วยฟัง ทั้ง 2 หู ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเลือกว่าจะใส่เครื่องช่วยฟังในหูข้างใด ที่จะทำให้ท่าน
ได้ประโยชน์ที่สุด และประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด ก่อนการตัดสินใจ นอกจากนี้เพื่อให้ท่านได้
รับประโยชน์สูงสุด จึงควรขอรับการบริการจากโรงพยาบาล ที่มีความพร้อมให้การบริการเฉพาะ
ทาง   จากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะวินิจฉัยว่าท่านมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยฟังหรือไม่
เนื่องจาก   ผู้ที่มีการสูญเสียการได้ยินบางประเภทสามารถรักษาให้หายขาดได้โดยไม่ต้องใส่
เครื่องช่วยฟัง นอกจากนี้ทางโรงพยาบาลควรมีเครื่องช่วยฟังหลากหลายยี่ห้อ ให้ท่านทดลองฟัง
โดยต้องไม่ยึดติดกับยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง เพื่อให้ท่านมีโอกาสเลือก และเปรียบเทียบคุณสมบัติของ
เครื่องช่วยฟัง  ก่อนการตัดสินใจ  และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือคุณสมบัติของผู้ให้บริการ  ต้องเป็นผู้มี
ความรู้โดยตรง
ข้อมูลจากข่ารสารเพื่อสุขภาพ โรงพยาบาล ตา หู คอ จมูก
 




    วินเนอร์เมด อุปกรณ์การแพทย์ ศูนย์รวมอุปกรณ์การแพทย์/ผู้ป่วย โทร 08 6387-5678,0 2731-1212  
© 2019 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com